Cannot use “Liquid Paper” in my school!
Posted by | Posted in My Life | Posted on 29-10-2007

ต้นกำเนิดน้ำยาลบคำผิด
นางเบ็ต เนสมิธ เกรแฮม (Bette Nesmith Graham) ทำงานในหน้าที่เลขานุการเวลาที่เธอพิมพ์งานผิด เธอต้องเจอกับปัญหาการพิมพ์ผิด ซึ้งเธอใช้ยางลบดินสอเป็นตัวช่วยลบทำให้การทำงานทั้งล่าทั้งช้าและไม่เรียบร้อย ต่อมามีเครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้าออกมาใช้ คราวนี้เธอเผชิญปัญหาหนักกว่าเก่า เพราะไม่สามารถใช้ยางลบดินสอลบทำผิดได้อีกต่อไป ต้องพิมพ์ใหม่สถานเดียว เธอจึงหาทางแก้ไขปัญหานี้ด้วยการประดิษฐ์น้ำยาลบคำผิดขึ้นมา ในปี ค.ศ.1950 เธอก็ค้นพบวิธีทำน้ำยาลบหมึกแบบง่าย เพียงใช้สีน้ำขาวบรรจุลงในขวดน้ำยาทาเล็บ ใช้พู่ป้ายน้ำยาทาเล็บป้ายสีขาวลงบนกระดาษ แค่น้ำคำนี้ผิดก็ลบไป พิมพ์ซ้ำทับได้แนบเนียน ใช่งาย รวดเร็ว และแก้ไขปัญหาได้อย่ามีประสิทธิภาพ บรรดาเพื่อนร่วมงานเห็นเช่นนั้น ก็ขอน้ำยาลบหมึกของเธอมาใช้กันบ้าง และนี้ก็คือจุดกำเนิดน้ำยาป้ายคำผิด ” Liquid Paper “ เมื่อมีความต้องการน้ำยาป้ายคำผิดมากๆ นางเกรแฮมจึงพัฒนาสีน้ำสีขาวและทำการผลิตที่บ้านออกจำหน่าย ด้วยการผสมสีขาวลงในเครื่องปั่น กรอกใส่ขวดยาทาเล็บ เป็นอุสาหกรรมครอบครัวยาวนานถึง 17 ปี ต่อมาในปี ค.ศ.1979 เธอได้ขายกิจการให้บริษัทยิลเล็ต ( Gillette ) ในราคาที่สูงถึง 47.5 ล้านดอลลาร์ โดยสามารถผลิต Liquid Paper ได้ถึง 25 ล้านขวด ออกจำหน่ายไปทั่วโลก
Source:
http://my.dek-d.com/arm_ra_p/diary/?day=2006-04-22, http://en.wikipedia.org/wiki/Liquid_Paper
ป.ล. ตอนที่พี่ของผมเีรียนอยู่ (ที่โรงเรียนเดียวกับผม) ก็เคยมีเหตุการณ์อย่างนี้ด้วย

จริงเหรอ…แย่จังนะ เพิ่งเคยเห็นกฏแบบนี้แหะ
แล้วต่อไปจะใช้อะไรลบล่ะ
(แล้วไอ้ััพวก G. ใหญ่นี่ มันยังไม่หมดไปอีกเรอะ!)
แก้ปัญหาที่ปลายเหตุกันจริง ๆ เลย คิดแบบนี้ล่ะน้าาาาา ถึงได้ …
อืออ!!
มีเหตุการณ์เยี่ยงนี้ด้วยเหรอ!! เพิ่งได้รู้เนี่ยแหละ …
โห่ะ โห่ะ โห่ะ เอาเข้าไป!!
เอ แต่เค้าไม่ได้ห้ามใช้น้ำยายี่ห้ออื่นเหรอ?
ก็ใช้ยี่ห้ออื่น ที่ไม่ใช่ Liquid Paper สิ …น้ำยาลบคำผิดมิใช่มียี่ห้อเดียวนี่ (555)