Archive for the ‘Uncategorized’ Category

งานศิษย์เก่าทวีธาภิเศก 2552

ผมได้ไปร่วมงานคืนสู่เหย้าชาวทวีธาภิเศก 2552 เมื่อคืนวันที่ 7 มีนาคม 52 นำภาพงานแสดง และการมอบโล่ศิษย์เก่าดีเด่นประจำปี มาให้รับชมกัน

Pepsi I Can

อยากจะบอกว่าโฆษณานี้เก๋ดี โดยเป็นการเล่าเรื่องจากวัตถุเก่าไปหาใหม่ เป็นไงนั้นๆไปดูกันเถอะครับ

เด็กกล่อง

Image hosting by UpPicth.com

Credit: http://www.tekkenthailandz.com/dis_forums/index.php?topic=3342.0

ใครที่เล่น Tekken ที่เซนจูรี่เป็นประจำจะรู้จักเด็กกลุ่มนี้เป็นอย่างดี

ซึ่งเด็กพวกนี้จะขอทานอยู่ที่่สะพานลอยตรงอนุสาวรีย์ชัยฯแล้วนำเงินที่ได้จากการขอทานนั้นมาเล่นTekkenอย่างบ้าคลั่ง

(รูปตอนกำลังขอทาน ยิ่งเห็นยิ่งหมั่นไส้อะคิดเหมือนกันอะป่าว-*-)

Read the rest of this entry »

ต้นกาแฟของในหลวง

บ่ายวันนั้นแดดร้อนมาก  เมื่อทั้งสองพระองค์ทรงพระดำเนินถึงยอดเขา  เบื้อง หน้าพระพักตร์นั้นเต็มไปด้วยไร่กัญชาไร่ฝิ่น แต่หาได้ลดละพระวิริยะของพระเจ้าแผ่นดินและพระราชินีทั้งสองพระองค์นี้ไม่ กลับทำให้ทรงมีพระราชหฤทัยที่เข็มแข็ง และเป็นแรงผลักดันให้ต้องทรงเร่งรีบช่วยเหลือพวกเขาเหลานั้น ให้มีอยู่มีกินด้วยอาชีพที่สุจริต

พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงมีพระราชสัณฐานกับชาวเขาที่อาศัยอยู่บนยอดเขานั้นโดยไม่ ทรงถือพระองค์เลย ทรงมีพระราชดำรัสถามถึงการทำมาหากินและชีวิตความเป็นอยู่ ยังความปราบปลื้มสู่ชาวเขาทุกเผ่าทุกพงศ์เป็นอันมาก ในใจของพวกเขานั้นเคารพเทิดทูนพระเจ้าแผ่นดินของเขาอยู่แล้ว ครั้นเมื่อรู้ว่า “นายหลวง” ของพวกเขาจะเสด็จฯไปเยี่ยมถึงที่เช่นนั้น การต้อนรับขับสู่ย่อมไม่ธรรมดา  สิ่งของที่ดีที่สุดจากทุกครอบครัวทุกบ้านเรือนนั้นถูกจัดแต่งอย่างวิจิตรเพื่อพร้อมที่จะทูลเกล้าฯถวาย “นายหลวง” โดยตรง

คำว่า “นายหลวง” เป็นคำที่ชาวเขาใช้เรียกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีความหมายว่า “เจ้านายสูงสุดที่อยู่ในพระบรมหาราชวัง”  นับแต่นั้นเป็นตนมา คำว่า “นายหลวง” นี้เป็นที่นิยมของคนไทยทั้งปวง เพราะเมื่อพูดแล้วรู้สึกใกล้ชิดไม่ห่างเหิน ในภายหลังคำนี้ได้เพี้ยนมาเป็น  “ในหลวง” ที่นิยมใช้กันจนปัจจุบันนี้ ซึ่งคำนี้มีความหมายใกล้เคียงกับคำเดิม นั่นคือ  “ผู้อยู่ในพระบรมหาราชวัง”

จากการเสด็จฯครั้งนั้น ชาวเขาทั้งหลายทั้งปวงต่างให้คำมั่นสัญญากับ “นายหลวง” ของเขาว่าจะเลิกปลูกสิ่งเสพติดเหล่านี้ โดยจะหันไปปลูก “กาแฟ” ตามพระราชดำริที่ทรงแนะนำ ในขณะเดียวกัน “นายหลวง” ก็ทรงให้คำมั่นสัญญาว่าจะช่วยเหลือในทุกทางอย่างเต็มที่และติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ

ปีรุ่งขึ้น … ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระราชาที่มีต่อประชาชน และด้วยความรักเทิดทูนสูงสุดของประชาชนที่มีต่อพระราชา  ล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ได้เสด็จฯกลับไปเยี่ยมชาวเขาเหล่านั้นอีกครั้ง  ผู้ นำชาวเขาได้กราบบังคมทูลฯ ว่าชาวเขาทั้งหลายเลิกปลูกฝิ่นและกัญชาแล้ว เป็นที่โสมนัสต่อล้นเกล้าทั้งสองพระองค์เป็นอันมาก ทั้งนี้ทรงมีพระราชบัญชาให้เดินนำทางไปทอดพระเนตร

เนื่องจากระหว่างทางขึ้นไปนั้นเป็นยอดเขา ยานพาหนะต่างๆไม่สามารถเข้าถึงได้ ต้องขึ้นไปด้วยการเดินเท่านั้น  กว่าจะเสด็จฯถึงยอดเขา ข้าราชบริพาร ทหาร ตำรวจ ที่ตามเสด็จทั้งหลายต่างเหนื่อยหอบกันถ้วนหน้า จนหลายคนเป็นลมล้มไปก็มี  ครั้งนี้เบื้องหน้าที่ปรากฏต่อพระพักตร์นั้น ไม่มีฝิ่นและกัญชาแล้ว  แต่เป็นเพียงต้นกาแฟหนึ่งต้น   ผู้ตามเสด็จทั้งหลายต่างเคร่งเครียดเพราะเดินมาไกลด้วยความเหน็ดเหนื่อยเพียงเพื่อมาดูกาแฟต้นเดียว  และเกรงว่าทั้งสองพระองค์จะทรงกริ้วเอาได้

วินาทีนั้นเอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ตรัสออกมาด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันยิ่งใหญ่ว่าทรงพอพระราชหฤทัยที่ที่นี่ไม่มีไร่ฝิ่นแล้ว  การที่ได้มาเห็นกาแฟต้นแรกในปีนี้นับเป็นการพัฒนาอีกขั้นหนึ่งของชาวเขา  จาก นี้ไปคงจะมีกาแฟเพิ่มเป็นสองต้น สามต้น

พระอัจฉริยภาพด้านการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านการศึกษา

“… ในประเทศไทยนี้ถ้าดูจากสถิติก็มีพลเมืองเพิ่มขึ้นทุกๆ วัน จึงสันนิษฐานได้ว่าพลเมืองของประเทศไทยนี้อยู่ในวัยเรียนอยู่เป็นส่วนมาก ทุกๆ ปี การที่ส่วนรวมคือ ประชาชนทั้งประเทศเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาเป็นสิ่งที่ดีแล้ว จึงต้องช่วยกันจัดการให้เยาวชน ให้ประชาชนที่เกิดขึ้นมาใหม่นี้ได้มีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดี เราจะไปอาศัยรัฐบาลหรืออาศัยทางราชการที่จะช่วยให้บ้านเมืองมีความเจริญด้าน เดียวไม่ได้เพราะว่าในสมัยนี้ถือว่าเป็นสมัยประชาธิปไตยทุกคนมีส่วนในงานของ ประเทศชาติ… ”

(พระบรมราโชวาทที่พระราชทานแก่คณะกรรมการบริหารมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ ขาดแคลนในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2512)